การศัลยกรรมเสริมหน้าอก คือการศัลยกรรมเพิ่มขนาดของเต้านม เพื่อให้รูปร่างของหน้าอกดูดีขึ้น ในคนที่รู้สึกว่าหน้าอกตัวเองเล็กเกินไป หรือมีปัญหาเกี่ยวกับรูปร่างของหน้าอกหน้าใจ ชนิดที่ใครไม่เจอกับตัว หรือไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเต้านม ไม่รู้หรอกว่ารู้สึกอย่างไร… ว่าแต่สาวๆแบบไหนนะที่เหมาะสมจะทำการศัลยกรรมเสริมหน้าอก เราไปดูกัน… ผู้ที่มีความรู้สึกว่าเต้านมของตัวเองมีขนาดเล็ก และต้องการเพิ่มขนาดเต้านมให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ผู้ที่คลอดบุตรแล้วพบว่าเต้านมมีขนาดเล็กลง และนิ่มเหลวมากผิดปกติ ผู้ที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจในการสวมเสื้อผ้าบางชนิด เช่น ชุดว่ายน้ำ ผู้ที่ผ่านการลดน้ำหนักมา และพบว่ารูปร่างและขนาดของเต้านมเปลี่ยนไป ผู้ที่ต้องการปรับขนาดรูปร่างของเต้านมที่ไม่เท่ากัน ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสรีระของผู้ชายให้เป็นผู้หญิง หรือการศัลยกรรมเสริมหน้าอกให้เพศที่สามนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการศัลยกรรมเสริมหน้าอก ต้องเป็นผู้ที่มีสภาพร่างกายแข็งแรง และทนต่อการศัลยกรรมใหญ่ได้ด้วย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่มา : Kapook.com
การผ่าตัดเสริม หน้าอกโดยใช้ถุงซิลิโคน เป็นการผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดหน้าอก ช่วยให้รูปร่างส่วนบนของร่างกายดูดีและสวยงาม และทำให้เรามีความมั่นใจในรูปร่างมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้การผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน จะถือเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูงสุด แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า ในบางกรณี วิธีการผ่าตัดดังกล่าวอาจไม่ได้ผล 100 เปอเซ็นต์ อย่างที่หวังไว้ เพราะมีความสวยที่มาพร้อมกับความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้… ความสวยที่มาพร้อมกับความเสี่ยงเรื่องรอยผ่าตัดจะเป็นแผลเป็น ซึ่งจะเป็นรอยแผลเป็นมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับตัวคนไข้ และฝีมือของ
In: ศัลยกรรมเกาหลี
12 ก.ย. 2010เรื่องที่ต้องฉุกคิดก่อนตัดสินใจเสริมเต้านม สำหรับคุณแม่ที่หลังจากเลิกให้นมลูกแล้ว หน้าอกกลับมาแฟบเหมือนเดิม และกำลังตัดสินใจจะเสริมเต้านม เมื่อมีการผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดของหน้าอก จะมีแผลเป็นบางๆ เกิดขึ้นรอบสิ่งที่ถูกเสริมเข้าไป ซึ่งแผลเป็นนี้อาจจะเกิดการกดทับสิ่งแปลกปลอมนี้ จนทำให้เกิดอาการเจ็บปวดขึ้นมาได้
ผู้เรียบเรียง รศ.น.พ.อดุลย์ รัตนวิจิตราศิลป์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน ศีรษะ คอ เต้านม คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล บทนำ คนส่วนใหญ่มักจะรู้สึกว่า การมีอะไร ๆ ใหญ่ ๆ โต ๆ ไว้ก่อนก็จะดีกว่า เช่น รถคันใหญ่ บ้านหลังใหญ่ กินข้าวจานใหญ่ ฯลฯ แม้แต่สรีระในผู้ชาย หากร่างกายบึกบึนก็ดูดี เต้านมก็เช่นกัน ส่วนใหญ่เรามักจะรู้สึกกันแต่ว่าปัญหาของท่านสุภาพสตรี คือ มีเต้านมขนาดเล็ก จนได้ยินเรื่องการเสริมเต้านมกันบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเสริมเต้านม หรือการเสริมด้วยเสื้อชั้นในชนิดพิเศษ แต่ก็ยังมีปัญหาของสุภาพสตรีอีกกลุ่มหนึ่ง ที่
ในทางการแพทย์ ชื่อของ ซิลิโคนเหลว เป็นที่รู้จักกันมากว่า 30 ปี และเคยได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีราคาไม่แพง ระยะแรกที่ฉีดเข้าไปก็ดูสวยงามดี และมักเป็นที่พอใจของผู้ที่ได้รับการฉีด แต่เมื่อเวลาผ่านไป 3 – 5 ปี สารซิลิโคนเหลวจะค่อย ๆ ไหลมากองรวมกัน ทำให้มีการห้อยย้อย แข็งตึง และมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของผิวหนังบริเวณที่ฉีด หรือถ้าแย่กว่านั้นก็อาจจะเกิดการอักเสบร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม ซิลิโคนเหลวมักมีปัญหาการไหลย้อนไปที่ต่าง ๆ และมีปฎิกริยาต่อเซลล์ของร่างกาย ซึ่งปกติการฉีดซิลิโคนเหลวจะมีการฉีดตามที่ต่าง ๆ ในร่างกาย และเกิดผลเสีย ดังนี้… จมูก – หลังจากฉีดประมาณ 1 ปี ซิลิโคนเหลวจะไหลออกมารวมกันด้านข้างของจมูก ทำให้ดูจมูกบวมใหญ่ และไม่มีสันจมูก
เกิดคำถามที่ว่า ดาราในวงการบันเทิงทำศัลยกรรมกันมากน้อยเพียงใด คำตอบที่คาดการได้ น่าจะถึง 70 % ที่ดาราทั้งชาย-หญิงทำศัลยกรรมทั้ง “อก-จมูก-คาง” แต่ดาราส่วนใหญ่ที่ตกเป็นประเด็นข้อสงสัยว่าไปทำศัลยกรรมม ต่างปฏิเสธว่าไม่ได้ทำศัลยกรรมใดๆทั้งสิ้น ทั้งหมดนี้ “แม่ให้มา” ทั้งสิ้น การทำศัลยกรรมที่ฮอตฮิตที่สุด มาวินเป็นอันดับหนึ่งนั้นคือ “การทำจมูก” แต่ในระยะหลังๆ การทำ “ศัลยกรรมหน้าอก”เริ่มมาแรงแซงทางโค้ง สังเกตได้จาก “อกอึ๋มๆ” ของเหล่าดาราสาวที่เคย “จอแบน”กันหลายคน เมื่อถูกนักข่าวถาม ก็จะได้รับคำตอบที่ว่า “เป็นเทคนิคเฉพาะตัวค่ะ จะใช้การโกยมากกว่าค่ะ” แต่ร้อยทั้งร้อย แอบไปทำศัลยกรรมตามโรงพยาบาลและเทคนิคศัลยกรรมยอดฮิตกันแทบทั้งนั้น จึงเกิดคำถามตามมาอีกว่า “ทำไมถึงต้องไปทำศัยกรรมหน้าอก” เพราะการทำศัลยกรรมหน้าอกนั้นเป็นเรื่องที่เจ็บตัวอยู่ไม่ใช่น้อย เล่ากัน ว่าเจ็บเหมือนโดนสิบล้อทับหน้าอก ในเมื่อต้องเจ็บตัวถึงเพียงนี้ แต่ทำไมถึงยังมีดาราหญิงจอแบนแห่แหนกันไปทำ “หน้าอก”กันอีกเล่า
ทุกวันนี้การพึ่งมีดหมอกลายเป็นเรื่องอินเทรนด์ไปแล้วว่ามั้ย โดยเฉพาะคนในวงการบันเทิงเนี่ยไปผ่า ไปยัด ไปจัด ไปฉีด กันจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้วล่ะ บางคนทำแล้วดีก็ดีไป แต่ถ้าหากทำแล้วคนเห็นร้องว้ายกลายเป็นเน่า ทำแล้วแย่ (กว่าเดิม) ก็ไม่รู้จะไปทำทำไม ก่อนทำจึงต้องคิดให้ดี อย่าง เรื่องของเต้าเนี่ย ถ้าอัพดีก็ดีไป แต่ถ้าอัพใหญ่เวอร์ๆ รวมทั้งอัพไม่ได้มาตรฐาน เห็นหลายรายแล้วที่ต้องวิ่งแจ้นไปเอาออก ไม่รู้ว่าหนักเกินไป หรือใหญ่แล้วก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ ด้วยเหตุนี้ อ.ย.จึงได้ประกาศให้เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย เป็นเครื่องมือแพทย์ที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าต้องแจ้งรายการละเอียดต่อสำนัก งานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2541 เอา เป็นว่าถ้าใครสนใจอัพเต้าต้องศึกษาให้ดีก่อน เพราะอย่าลืมว่าอะไรที่ไม่ใช่ธรรมชาติสร้างมา มันอาจจะก่อให้เกิดโทษได้ ดังนั้น ก่อนอื่นต้องดูว่าทำไมต้องอัพขนาด ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องการอัพเต้าเพิ่มไซส์ เพราะต้องการให้ขนาดมันใหญ่เริ่ด ดูม ดูม เพื่อให้รูปร่างดีขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นการแก้ความรู้สึกส่วนตัวที่ว่าเต้านมของตัวเองมีขนาดเล็กเกินไป บางคนก็ทำเพื่อเพิ่มขนาดของเต้านมหลังจากมีเบบี๋ หลังการให้นมเบบี๋หรือคลอดแล้ว เพื่อแก้ไขขนาดที่แตกต่างของเต้านมทั้งสองข้าง นอก
ปีที่แล้วการผ่าตัดลดขนาดหน้าอกผู้ชายเป็นการผ่าตัดที่เพิ่มขึ้นมากที่สุด เป็นปีที่สองติดต่อกันในบรรดาการผ่าตัดศัลยกรรมทั้งหมด สมาคม ศัลยกรรมพลาสติกอังกฤษเผยว่า ปีที่แล้วการผ่าตัดลดขนาดหน้าอกผู้ชายเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 80 ศัลยแพทย์คนหนึ่งโทษว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากนิตยสารผู้ชาย โดยรวมแล้วการศัลยกรรมพลาสติกขยายตัวสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยเพราะทั้ง ชายและหญิงทำศัลยกรรมพลาสติกมากขึ้น สมาคมฯ เผยว่า ปีที่แล้วสมาชิกสมาคมฯ ทำศัลยกรรมพลาสติก 36,000 ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 จากปีก่อนหน้านั้น ลูกค้า 9 ใน 10 เป็นผู้หญิง ทำศัลยกรรมเพิ่มขนาดหน้าอกมากที่สุด แต่ที่เพิ่มมากที่สุดคือการทำศัลยกรรมของผู้ชายที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ใน 5 โดย
หนุ่มสาววัย 18 ปี นอกจากมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งตามกฎหมายแล้ว รู้ไว้ด้วยว่ายังสามารถทำศัลยกรรมโดยไม่ต้องขออนุญาตผู้ปกครองอีกด้วย ตามคำกล่าวของ นายแพทย์สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา ที่ว่าการทำศัลยกรรม หากผู้ทำอายุเกินกว่า 18 ปีขึ้นไปสามารถตัดสินใจทำได้ด้วยตนเอง แต่ถ้าอายุต่ำกว่า 18 ปี จะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง อย่างไรก็ตาม ต่อข้อห่วงใยด้านการแพทย์ที่มองว่า ร่างกายของเด็กยังเติบโตไม่สมบูรณ์ เมื่ออายุมากขึ้นการทำศัลยกรรมตั้งแต่ยังเด็กอาจส่งผลทางลบต่อร่างกายได้ เราอยากรู้ว่า ข้อกังวลในกรณีนี้ ทางแพทยสภามีระเบียบหรือจรรยาบรรณทางวิชาชีพเพื่อควบคุมแพทย์ให้คำนึงถึงความเหมาะสมในการทำศัลยกรรมในผู้ที่มีอายุน้อยหรือไม่? นายแพทย์สุกิจ ชี้แจงให้คลายความสงสัยว่า มีเพียงการห้ามตัดลูกอัณฑะตามที่เป็นข่าวไปเท่านั้น “การทำศัลยกรรมบนใบหน้าคงไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับพวกฮอร์โมน ทางการแพทย์คิดว่าอยู่ที่ความสมัครใจ แต่อะไรที่เกี่ยวกับฮอร์โมน เช่น เต้า