ศัลยกรรมเพื่อกระชับหน้าท้องให้เด้งเต่งตึง “หน้าท้องอ้วนมากและผิวหนังหย่อนยานมาก เหมาะกับการผ่าตัดกระชับหน้าท้องและดึงหนังให้เต่งตึง” สำหรับคนที่มีหน้าท้องหย่อนยานคงไม่กล้าใส่เสื้อผ้ารัดรูป โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีหน้าท้องเต็มไปด้วย ไขมันและหย่อนยานคงต้องใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ อำพรางตัว แต่เห็นเสื้อผ้าแนวเซ็กซี่ก็อยากวิ่งตามเทรนด์แฟชั่นกับเขาบ้าง บางคนจึงอยากหาวิธีลัดในการกระชับหน้าท้องให้เต่งตึงและไร้ไขมันด้วยมือแพทย์ ซึ่ง รศ.นพ.อภิชัย อังสพัทธ์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง จากคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า อ้วนหน่อยก็มาผ่าตัด หรือหวังว่าการดูดไขมันจะช่วยลดน้ำหนัก เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง เวลาไปปรึกษาแพทย์เรื่องนี้ต้องใจเย็น ๆ อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ ให้ดูว่าเราเหมาะมั้ย ถ้าแพทย์เห็นว่าไม่สมควรก็ควรพิจารณาไปออกกำลังกายและลดอาหารหวานมันก็จะช่วยได้” แต่ถ้าต้องการคืนความกระชับให้หน้าท้องที่หย่อนยานให้กลับมาเต่งตึงด้วยมือแพทย์ละก็ รศ.นพ.อภิชัย ได้ให้ข้อมูลไว้พิจารณาดังนี้ หน้าท้องหย่อนยานเกิดจากอะไร การตั้งครรภ์และมีบุตร โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีบุตรหลายคน โดยในขณะตั้งครรภ์มีน้ำหนักตัวเพิ่มมากและมีครรภ์ใหญ่มาก ทำให้หน้าท้องขยายตัวออกมาเยอะ เมื่อคลอดบุตรแล้วก็จะมีหน้าท้องหย่อนยานและมีไขมันมาพอกพูน
10 ศัลยกรรมสุดแปลก แหวกแนวไม่เหมือนใคร เดี่ยวนี้สวยด้วยแพทย์ ก็เป็นทางเลือก สำหรับผู้รักความสวยความงามที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อพูดถึงการศัลยกรรมเกี่ยวกับความงามทั่วไป ก็คงนึกวนเวียนอยู่ด้วยเรื่องการผ่าตัดดึงหน้า เสริมหน้าอก ผ่าตัดแปลงเพศ หรือว่าผ่าตัดลดขนาดของกระเพาะอาหาร แต่วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 การศัลยกรรมแปลก ๆ สุดแหวกแนว ที่ไม่คิดว่าจะมีคนทำกันจริง ๆ มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง และจะแปลกแหวกแนวกันขนาดไหน 1. Hymenoplasty หรือ การศัลยกรรมช่องคลอด เดี๋ยวนี้แม้แต่จุดซ่อนเร้น น้องน้อยในที่ลับของคุณผู้หญิงก็สามารถเข้ารับการศัลยกรรมตกแต่งได้ เพื่อให้ช่องคลอดกลับมาฟิตกระชับเหมือนวัยแรกสาว ทั้งตกแต่งรูปทรงของแคมเล็กและแคมใหญ่ หรือขยาดขนาดของจุดจีสปอตให้เด่นชัดขึ้น เพื่อให้สามารถรับความรู้สึกได้มากขึ้นนั่นเอง 2. Iris Implants, Intraocular Implants หรือ การศัลยกรรมเปลี่ยนสีม่านตา การศัลยกรรมนี้ทำกับดวงตาที่บอบบาง จึงนับว่าเป็นอีกหนึ่งการศัลยกรรที่มีความเสี่ยงสูง เดิมทีนั้นจะทำในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางดวงตาเท่านั้น เช่น ผู้ป่วยโรคผิวเผือก ที่นอกจากสีผิวจะซีดไร้เมลานินแล้ว ม่านตาก็ยังไร้เมลานินอีกด้วย ทำให้ไวต่อแสงมาก ๆ จึงเกิดการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนสีม่านตาขึ้น แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นการศัลยกรรมเพื่อความสวยงามด้วย สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสีม่านตาตัวเองแบบถาวร ไม่ต้องการพึ่งคอนแทคเลนส์สีอีกต่อไป
“หน้าเล็ก หน้าเรียว” ไม่ใช่ว่าจะต้องขึ้นเตียงผ่าตัดอย่างเดียว เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์อัลตร้าซาวนด์ หรือแม้แต่การใช้เข็มฉีด ก็สามารถเนรมิตรูปหน้าให้คุณได้ทั้งนั้น การที่ใบหน้าของคุณไม่เรียว ใหญ่ และกลมจะต้องดูจากหูไล่ลงมาถึงกราม ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งสาเหตุจากกระดูกกรามที่ใหญ่เกินไป โดยในกรณีนี้ต้องใช้การผ่าตัด อาจเป็นเพราะกล้ามเนื้อบริเวณกราม หรือเพราะไขมันที่สะสมหากคุณมี โดยถ้าหากเป็นกรณีนี้ควรลองลดน้ำหนักดูก่อน ซึ่งก็มีวิธีให้เลือกต่างกัน ตามแต่ว่าปัญหานั้น เกิดจากอะไร
เป็นที่รู้กันในวงการ ศัลยกรรมหน้าอก ทั้งหลาย ว่าหน้าอกที่ได้รู สวยที่สุด คือ หน้าอกที่เข้าตำรา 45% : 55% คือ หน้าอกที่ยอดปทุมถันจะไม่อยู่กึ่งกลางหน้าอกพอดี แต่จ อยู่เหนือเส้นผ่าศูนย์กลาง ของหน้าอก ขึ้นไปประมาณ 5% และ ในขณะเดียวกัน ยอดปทุมถัน หรือ หัวนม จะต้องเชิดขึ้นเล็กน้อย ครึ่งเต้าล่างควรจะมีขนาดใหญ่กว่า ครึ่งเต้าบนเล็กน้อย ซึ่งในหมู่สาวที่ ผ่านการ ทำศัลยกรรมหน้าอก คงจะทราบกันดีว่า หน้าอกที่สู้อุตส่าห์ยอมเจ็บตัว เสียตังค์ไปหลายหมื่น หลายแสน ใช่ว่าจะได้ หน้า
สาวน้อยนางหนึ่งมีความตั้งใจจะเสริมหน้าอก แต่สงสัยว่า ถ้าตนเองมีหน้าอกคัพ A แต่อยากเพิ่มขนาดเป็น C จะต้องเสริมเต้านมเทียมประมาณกี่CC. แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าหลังผ่าตัดรูปทรงและขนาดหน้าอกจะได้ตามต้องการ โดยปกติแล้ว มาตรฐานรูปร่างของหญิงไทยทั่วไป จะมีความสูงเฉลี่ย 155-165 ซม. มีขนาดหน้าอกเฉลี่ยประมาณคัพ A และ B แต่มีช่วงไหล่ที่กว้างไม่เท่ากัน ถุงนมเทียมที่เสริม จึงไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าควรมีประมาณกี่เท่าไร จึงจะได้ขนาดเต้าที่ต้องการ “การเสริมเต้านม ต้องดูจากช่วงไหล่ คือ คนที่มีไหล่กว้างจะสามารถใส่จำนวน CC. ได้เยอะ แต่หากเป็นคนตัวเส็ก ไหล่เส็ก เสริมมากเกินไปจะดูเทอะทะ ฉะนั้นหากต้องการเปลี่ยนจากคัพ A ไปคัพ B จากคัพ B ไปคัพ C จึงไม่สามารถบอกได้ว่าควรใส่กี่ CC. ต้องดูสรีระด้วย แต่คนไทยส่วนใหญ่จะเสริมโดยเฉลี่ยประมาณ +- 250 cc. จะได้ขนาดกำลังพอดีเพิ่มมาอีก 1 คัพ แต่ทั้งนี้ จะเสริมขนาดไหนต้องขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และอาชีพของเขาด้วย เพราะบางคนอาจจำเป็นต้องเสริมใหญ่กว่าเดิมเพื่อการทำงาน นั้นแพทย์จึงมักให้คนไข้ใส่เสื้อยกทรง แล้วสอดถุงนมเทียมทดลองเข้าไปก่อน เพื่อให้ได้เห็นถึงขนาด แต่จริงๆ [...]
เพื่อลดริ้วรอย ความเหี่ยวย่น เพิ่มความมั่นใจให้กับสาวๆ หรือจะเพื่อเสริมโหงวเฮ้งก็ตาม มาลองดูกันเลยว่า การลดลิ้วรอยหน้าผาก มันทำได้จริงๆหรือไม่ โดยการศัลยกรรมหน้าผาก ด้วยไขมัน คนที่มีหน้าผากไม่เรียบอาจจะฉีดเอาไขมันของตนเองเข้าไปในหน้าผากก็ได้ หรือ ฉีดเอาวัสดุเทียมใส่เข้าไปก็ได้ กรณีของคนที่มีรอยย่นมากๆหรือหน้าผากไม่เรียบอย่างรุนแรง การใส่วัสดุเทียมเข้าไปจะดีกว่าการฉีดไขมันของตนเองเข้าไป เพราะจะทำให้หน้าผากออกมาเรียบเสมอกัน ไม่เป็นลูกคลื่นเล็กๆและทำให้ออกมาสวยกว่า สำหรับโรงพยาบาลที่เกาหลีที่มีเครื่องมือพร้อมและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนั้น ก่อนการศัลยกรรมนั้นจะมีการถ่ายรูป ทำภาพ 3 มิติ ก่อนและหลังทำ ทั้งด้านข้าง 45 องศา และ ด้านหน้า 90 องศา ให้ผู้ที่จะศัลยกรรมได้ดู เพื่อให้ผลออกมาถูกต้องตามความต้องการของลูกค้า จะได้ไม่เกิดความผิดพลาดในการศัลยกรรม วัสดุเทียมที่มักใส่มันก็จะเป็นซิลิโคน หรือที่ดีีกว่าซิลิโคนก็จะเป็นโคเจล ใส่เข้าไปผ่านรอยผ่าและจะมีเทคนิคการเย็บที่ละเอียดอ่อน ใช้ไหมเย็บที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมของคนหลายเท่าซึ่งเป็นความพิเศษที่มี เฉพาะโรงพยาบาลใหญ่ๆที่เกาหลีเท่านั้น สำหรับคนที่กลัวการใส่ซิลิโคน และมีริ้วรอยที่ไม่รุนแรงมากนั้นก็สามารถใช้วิธีการฉีดไขมันเข้าไปแทนเพื่อลบรอยย่นที่หน้าผากออกได้
เมื่ออายุมากขึ้นผิวหนังเราไม่ว่าจะเป็นที่หน้าผาก แก้ม หนังตา ก็หย่อนคล้อยมากขึ้น และแลดูทำให้เราแก่ ดูเหนื่อยๆ ดูบึ้งตึง การปลูกถ่ายไขมัน เป็นวิธีหนึ่งที่แก้ปัญหาเหล่านั้นได้ โดยจะนำไขมันหน้าท้องหรือต้นขามาสกัดเอาส่วนที่บริสุทธิ์ที่สุดออกมาแล้วทำการฉีด(แบบพิเศษ)ไปยังส่วนต่างๆบนใบหน้าที่เหี่ยวย่น ทำให้กลับมาเต็งตึงอีกครั้ง ไขมันที่ถูกฉีดนั้นต้องทำให้มันอยู่ได้และไม่ไปกีดขวางทางเดินของเลือดด้วย และต้องทำให้ผิวหนังเต็งตึง ต้องฉีดออกมาให้ได้วอลลู่มที่ต้องการ และผลที่ได้ก็ต้องได้ผลแบบถาวร แต่จะอยู่ได้นานแค่ไหนก็ต้องขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตอย่างไรของแต่ละคนด้วย อัตราการอยู่ได้ของไขมันอยู่ที่ 50 % หลังฉีดจะมีอาการบวมและรอยช้ำอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ แรกเริ่มใบหน้าอาจดูแปลกไปได้ ต้องไม่ไปจิ้ม หรือนวด เพราะอาจเป็นการกีดขวางการอยุ่ของไขมันและทำงานของการดูดซึมของมันนั้นเอง ปกติหลังการฉีดครั้งแรก สักประมาณ 2-3 เดือน ก็จะสังเกตผล หากยังมีตรงไหนที่ต้องฉีดอีกก็จะทำการฉีดเป็นครั้งที่ 2
การศัลยกรรมเสริมหน้าอก คือการศัลยกรรมเพิ่มขนาดของเต้านม เพื่อให้รูปร่างของหน้าอกดูดีขึ้น ในคนที่รู้สึกว่าหน้าอกตัวเองเล็กเกินไป หรือมีปัญหาเกี่ยวกับรูปร่างของหน้าอกหน้าใจ ชนิดที่ใครไม่เจอกับตัว หรือไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเต้านม ไม่รู้หรอกว่ารู้สึกอย่างไร… ว่าแต่สาวๆแบบไหนนะที่เหมาะสมจะทำการศัลยกรรมเสริมหน้าอก เราไปดูกัน… ผู้ที่มีความรู้สึกว่าเต้านมของตัวเองมีขนาดเล็ก และต้องการเพิ่มขนาดเต้านมให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ผู้ที่คลอดบุตรแล้วพบว่าเต้านมมีขนาดเล็กลง และนิ่มเหลวมากผิดปกติ ผู้ที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจในการสวมเสื้อผ้าบางชนิด เช่น ชุดว่ายน้ำ ผู้ที่ผ่านการลดน้ำหนักมา และพบว่ารูปร่างและขนาดของเต้านมเปลี่ยนไป ผู้ที่ต้องการปรับขนาดรูปร่างของเต้านมที่ไม่เท่ากัน ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสรีระของผู้ชายให้เป็นผู้หญิง หรือการศัลยกรรมเสริมหน้าอกให้เพศที่สามนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการศัลยกรรมเสริมหน้าอก ต้องเป็นผู้ที่มีสภาพร่างกายแข็งแรง และทนต่อการศัลยกรรมใหญ่ได้ด้วย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่มา : Kapook.com
ก่อนอื่นเราต้องหันไปดูอียิปต์โบราณ ซึ่งมีการศัลยกรรมจริง แต่ทำให้กับคนที่ตายไปแล้วเท่านั้น อย่างเช่น มัมมี่ขององค์รามเสสที่สอง ถูกใส่กระดูกและเมล็ดพืชอีกจำนวนหนึ่งเข้าไปในสัน จมูก เพื่อจะคงลักษณะเด่นของพระพักตร์หลังความตายไว้ให้คนรุ่งหลังจำหน้าได้ แต่จุดเริ่มต้นของการศัลยกรรมเพื่อความงามจริง ๆ ไปอยู่อินเดีย เนื่องจากมีพบเอกสารภาษาสันสกฤตบรรยายขั้นตอนรักษาจมูกหรือหูของคนไข้ที่บาด เจ็บจากการสู้รบ (หรือเพราะโดนลงโทษมา) ในขั้นตอนนั้นก็มีทั้งการตัดผิวหนังจากส่วนอื่นมาโปะ เย็บผิวหนัง หรือมีกระทั่งการใส่ท่อไม้เพื่อให้หายใจได้ตอนรักษาตัว และทั้งหมดนี้ในอินเดียเค้าทำได้ตอน 600 ปีก่อนคริสตกาลเลยนะ เจ๋งมั้ยล่ะ! ที่มา : Lisa