<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
		>
<channel>
	<title>ความเห็นบน: ศัลยกรรมทรวงอกด้วยไขมัน</title>
	<atom:link href="http://www.saransurgery.com/korean-surgery/%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99.html/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.saransurgery.com/korean-surgery/%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99.html</link>
	<description>ความรู้ วิธีการทำศัลยกรรม บทความต่างๆ ราคาการทำศัลยกรรม แบบ เกาหลี</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Sep 2010 13:47:07 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
	<item>
		<title>โดย: ทำนม เสริมหน้าอกด้วยไขมัน ทางเลือกใหม่ไร้ผลข้างเคียง &#124; หมอศรัณย์ คลินิก : ศัลยกรรม สไตล์ เกา</title>
		<link>http://www.saransurgery.com/korean-surgery/%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99.html/comment-page-1#comment-108</link>
		<dc:creator>ทำนม เสริมหน้าอกด้วยไขมัน ทางเลือกใหม่ไร้ผลข้างเคียง &#124; หมอศรัณย์ คลินิก : ศัลยกรรม สไตล์ เกา</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Apr 2010 04:36:15 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.saransurgery.com/?p=139#comment-108</guid>
		<description>[...] ได้มีการพัฒนาการศัลยกรรมหน้าอกวิธีนี้ให้ปลอดภัยมากขึ้นแล้ว [...]</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>[...] ได้มีการพัฒนาการศัลยกรรมหน้าอกวิธีนี้ให้ปลอดภัยมากขึ้นแล้ว [...]</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: Westlake</title>
		<link>http://www.saransurgery.com/korean-surgery/%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99.html/comment-page-1#comment-100</link>
		<dc:creator>Westlake</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Apr 2010 13:59:36 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.saransurgery.com/?p=139#comment-100</guid>
		<description>ก่อนทำหน้าอก แวะมาทำใจกันก่อนดีไหมคะ ^^

สงบด้วยลมหายใจ 

ลมหายใจไม่เพียงช่วยให้เรามีชีวิตอยู่ได้เท่านั้น 
หากยังสามารถพาเราเข้าถึงความสงบได้ด้วย 
ทุกครั้งที่เราหายใจเข้า มิใช่ออกซิเจนเท่านั้นที่ถูกลำเลียงไปเลี้ยงร่างกาย 
หากเราวางใจเป็น ลมหายใจเข้ายังนำความสงบเย็นไปบำรุงจิตใจเราด้วย 
ขณะเดียวกันลมหายใจออกสามารถระบายความหม่นหมอง 
ขึ้งเครียดออกไปจากใจของเรา ได้อีกต่างหาก 
แต่ความจริงดังกล่าวมักถูกมองข้ามไป 
คนส่วนใหญ่จึงหายใจแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ อย่างน่าเสียดาย 

ความสงบสามารถบังเกิดกับเราได้ไม่ยาก 
เพียงแต่น้อมจิตมาอยู่กับลมหายใจทั้งเข้าและออกอย่างต่อเนื่อง 
จะปิดตาด้วยก็ได้ พร้อมกับผ่อนคลายร่างกายทุกส่วนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า 
ท่าที่ดีคือท่านั่งขัดสมาธิ แต่หากร่างกายไม่อำนวย 
ก็ขอให้นั่งในท่าที่สะดวกที่สุด หรือนั่งเก้าอี้ 
โดยไม่เอนกายพิงกับพนักหรือเสา หาไม่จะง่วงหลับได้ง่าย 

ทำใจให้สบาย ยิ้มน้อย ๆ ขณะเดียวกันก็วางความคิดต่าง ๆ เอาไว้ชั่วคราว 
ไม่ว่าเรื่องที่ผ่านไปแล้ว หรือที่ยังมาไม่ถึง อย่าเพิ่งเอามาเป็นกังวล 
ขอให้ถือว่า ลมหายใจเข้าและออกเป็นสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดสำหรับเราในขณะนี้ 
แต่ก็อย่าเผลอไปบังคับลมหายใจ ให้หายใจอย่างสบาย ๆ เป็นธรรมชาติ 
อย่าไปคาดหวังอะไรกับลมหายใจทั้งสิ้น 

มีหลายวิธีในการน้อมจิตมาอยู่กับลมหายใจ 
เช่น ตามลมหายใจเข้าตั้งแต่ปลายจมูกไปจนสุดที่อกหรือช่องท้อง 
แล้วตามลมหายใจออกจนไปสุดที่ปลายจมูก 
โดยมีการนับทุกครั้งที่หายใจออก ตั้งแต่ ๑ ไปถึง ๑๐ แล้วเริ่มต้นใหม่ 
หากเผลอไป จำไม่ได้ว่านับถึงไหน ก็เริ่มต้นนับ ๑ ใหม่ 
แต่บางคนก็นิยมใช้คำบริกรรมควบคู่ไปด้วย 
เช่น หายใจเข้าก็นึกถึง “พุท” หายใจออกก็นึกถึง “โธ” 

อีกวิธีหนึ่งก็คือ เพียงแต่รับรู้ถึงลมสัมผัสที่ปลายจมูกทั้งเข้าและออก 
โดยไม่มีการนับหรือบริกรรมใด ๆ 
วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์มาพอสมควรแล้ว 
แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม สิ่งสำคัญอยู่ที่การวางใจให้เป็น 
กล่าวคือ ไม่บังคับจิตจนเกินไป ควรมีความนุ่มนวลอ่อนโยนกับจิต 
ไม่พยายามกดหรือห้ามความคิด 
เมื่อเผลอคิดไป ไม่ว่าไปไกลแค่ไหน 
ทันทีที่รู้ตัว ก็ให้พาจิตกลับมาที่ลมหายใจ 
โดยไม่ต้องไปสนใจกับความคิดดังกล่าว รวมทั้งไม่ไปพยายามหยุดมันด้วย 
ทันทีที่จิตกลับมาอยู่กับลมหายใจ ความคิดเหล่านั้นก็จะสลายไปเอง 

ใหม่ ๆ อาจมีความคิดฟุ้งซ่านมากมาย ก็ขอให้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา 
อย่าไปหงุดหงิดกับใจของตัว แต่ถ้าหงุดหงิดก็ให้รู้ 
ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นกับใจก็รู้อยู่เสมอ ไม่ว่าบวกหรือลบ 
ผ่อนคลายหรือตึงเครียด 
ข้อสำคัญคืออย่าให้ความรู้สึกนึกคิดเหล่านี้ดึงจิตออกไปจากลมหายใจ 
หากใจอยู่เคียงคู่กับลมหายใจกันอย่างต่อเนื่อง ย่อมเกิดความสงบในที่สุด 

หากคุ้นเคยกับลมหายใจจนเป็นนิสัย ลมหายใจจะเป็นที่พักพิงอย่างดีของจิต 
ในยามที่ถูกพายุอารมณ์เล่นงาน 
เช่น ขณะที่กำลังโกรธ หงุดหงิด เหนื่อยหน่าย ท้อแท้ เศร้าโศก 
ให้กลับมาที่ลมหายใจทันที 
ช่วงแรกอาจหายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆ สัก ๕-๑๐ ครั้ง 
เมื่อตั้งหลักได้ ก็เพียงแต่รับรู้เบา ๆ ถึงการเคลื่อนหรือสัมผัสของลมหายใจ 
จะทำนานเท่าใดก็ได้สุดแท้แต่ใจต้องการ 

ไม่ว่าอยู่บ้านหรือในที่ทำงาน หากมีเวลาว่าง 
แทนที่จะปล่อยใจลอย หรือหายใจรดทิ้งไปเปล่า ๆ 
ไม่ดีกว่าหรือหากจะหันมาใส่ใจกับลมหายใจของเราดูบ้าง 
ยิ่งถ้ากำลังนั่งรถ หรือคอยใครอยู่ 
แทนที่จะปล่อยเวลาทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ 
การฝึกใจให้รู้ตัวกับลมหายใจ คือการใช้เวลาว่างที่คุ้มค่าที่สุด 
แต่ถ้าวุ่นจนลืมทำ ก่อนนอนและตอนตื่นนอนก็ควรหาเวลาทำ ๕-๑๐ นาทีก็ยังดี</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนทำหน้าอก แวะมาทำใจกันก่อนดีไหมคะ ^^</p>
<p>สงบด้วยลมหายใจ </p>
<p>ลมหายใจไม่เพียงช่วยให้เรามีชีวิตอยู่ได้เท่านั้น<br />
หากยังสามารถพาเราเข้าถึงความสงบได้ด้วย<br />
ทุกครั้งที่เราหายใจเข้า มิใช่ออกซิเจนเท่านั้นที่ถูกลำเลียงไปเลี้ยงร่างกาย<br />
หากเราวางใจเป็น ลมหายใจเข้ายังนำความสงบเย็นไปบำรุงจิตใจเราด้วย<br />
ขณะเดียวกันลมหายใจออกสามารถระบายความหม่นหมอง<br />
ขึ้งเครียดออกไปจากใจของเรา ได้อีกต่างหาก<br />
แต่ความจริงดังกล่าวมักถูกมองข้ามไป<br />
คนส่วนใหญ่จึงหายใจแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ อย่างน่าเสียดาย </p>
<p>ความสงบสามารถบังเกิดกับเราได้ไม่ยาก<br />
เพียงแต่น้อมจิตมาอยู่กับลมหายใจทั้งเข้าและออกอย่างต่อเนื่อง<br />
จะปิดตาด้วยก็ได้ พร้อมกับผ่อนคลายร่างกายทุกส่วนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า<br />
ท่าที่ดีคือท่านั่งขัดสมาธิ แต่หากร่างกายไม่อำนวย<br />
ก็ขอให้นั่งในท่าที่สะดวกที่สุด หรือนั่งเก้าอี้<br />
โดยไม่เอนกายพิงกับพนักหรือเสา หาไม่จะง่วงหลับได้ง่าย </p>
<p>ทำใจให้สบาย ยิ้มน้อย ๆ ขณะเดียวกันก็วางความคิดต่าง ๆ เอาไว้ชั่วคราว<br />
ไม่ว่าเรื่องที่ผ่านไปแล้ว หรือที่ยังมาไม่ถึง อย่าเพิ่งเอามาเป็นกังวล<br />
ขอให้ถือว่า ลมหายใจเข้าและออกเป็นสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดสำหรับเราในขณะนี้<br />
แต่ก็อย่าเผลอไปบังคับลมหายใจ ให้หายใจอย่างสบาย ๆ เป็นธรรมชาติ<br />
อย่าไปคาดหวังอะไรกับลมหายใจทั้งสิ้น </p>
<p>มีหลายวิธีในการน้อมจิตมาอยู่กับลมหายใจ<br />
เช่น ตามลมหายใจเข้าตั้งแต่ปลายจมูกไปจนสุดที่อกหรือช่องท้อง<br />
แล้วตามลมหายใจออกจนไปสุดที่ปลายจมูก<br />
โดยมีการนับทุกครั้งที่หายใจออก ตั้งแต่ ๑ ไปถึง ๑๐ แล้วเริ่มต้นใหม่<br />
หากเผลอไป จำไม่ได้ว่านับถึงไหน ก็เริ่มต้นนับ ๑ ใหม่<br />
แต่บางคนก็นิยมใช้คำบริกรรมควบคู่ไปด้วย<br />
เช่น หายใจเข้าก็นึกถึง “พุท” หายใจออกก็นึกถึง “โธ” </p>
<p>อีกวิธีหนึ่งก็คือ เพียงแต่รับรู้ถึงลมสัมผัสที่ปลายจมูกทั้งเข้าและออก<br />
โดยไม่มีการนับหรือบริกรรมใด ๆ<br />
วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์มาพอสมควรแล้ว<br />
แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม สิ่งสำคัญอยู่ที่การวางใจให้เป็น<br />
กล่าวคือ ไม่บังคับจิตจนเกินไป ควรมีความนุ่มนวลอ่อนโยนกับจิต<br />
ไม่พยายามกดหรือห้ามความคิด<br />
เมื่อเผลอคิดไป ไม่ว่าไปไกลแค่ไหน<br />
ทันทีที่รู้ตัว ก็ให้พาจิตกลับมาที่ลมหายใจ<br />
โดยไม่ต้องไปสนใจกับความคิดดังกล่าว รวมทั้งไม่ไปพยายามหยุดมันด้วย<br />
ทันทีที่จิตกลับมาอยู่กับลมหายใจ ความคิดเหล่านั้นก็จะสลายไปเอง </p>
<p>ใหม่ ๆ อาจมีความคิดฟุ้งซ่านมากมาย ก็ขอให้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา<br />
อย่าไปหงุดหงิดกับใจของตัว แต่ถ้าหงุดหงิดก็ให้รู้<br />
ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นกับใจก็รู้อยู่เสมอ ไม่ว่าบวกหรือลบ<br />
ผ่อนคลายหรือตึงเครียด<br />
ข้อสำคัญคืออย่าให้ความรู้สึกนึกคิดเหล่านี้ดึงจิตออกไปจากลมหายใจ<br />
หากใจอยู่เคียงคู่กับลมหายใจกันอย่างต่อเนื่อง ย่อมเกิดความสงบในที่สุด </p>
<p>หากคุ้นเคยกับลมหายใจจนเป็นนิสัย ลมหายใจจะเป็นที่พักพิงอย่างดีของจิต<br />
ในยามที่ถูกพายุอารมณ์เล่นงาน<br />
เช่น ขณะที่กำลังโกรธ หงุดหงิด เหนื่อยหน่าย ท้อแท้ เศร้าโศก<br />
ให้กลับมาที่ลมหายใจทันที<br />
ช่วงแรกอาจหายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆ สัก ๕-๑๐ ครั้ง<br />
เมื่อตั้งหลักได้ ก็เพียงแต่รับรู้เบา ๆ ถึงการเคลื่อนหรือสัมผัสของลมหายใจ<br />
จะทำนานเท่าใดก็ได้สุดแท้แต่ใจต้องการ </p>
<p>ไม่ว่าอยู่บ้านหรือในที่ทำงาน หากมีเวลาว่าง<br />
แทนที่จะปล่อยใจลอย หรือหายใจรดทิ้งไปเปล่า ๆ<br />
ไม่ดีกว่าหรือหากจะหันมาใส่ใจกับลมหายใจของเราดูบ้าง<br />
ยิ่งถ้ากำลังนั่งรถ หรือคอยใครอยู่<br />
แทนที่จะปล่อยเวลาทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์<br />
การฝึกใจให้รู้ตัวกับลมหายใจ คือการใช้เวลาว่างที่คุ้มค่าที่สุด<br />
แต่ถ้าวุ่นจนลืมทำ ก่อนนอนและตอนตื่นนอนก็ควรหาเวลาทำ ๕-๑๐ นาทีก็ยังดี</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: Westlake</title>
		<link>http://www.saransurgery.com/korean-surgery/%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99.html/comment-page-1#comment-99</link>
		<dc:creator>Westlake</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Apr 2010 13:57:02 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.saransurgery.com/?p=139#comment-99</guid>
		<description>อันนี้ไม่รู้จริงๆ ค่ะ ขอบอก เพราะว่าไม่เคยทำอะไรสักอย่างค่ะ ตอนนี้ทำใจได้อย่างเดียว เพราะเบื่อกรุงเทพฯ จริงๆ อ่ะค่ะ ไม่มีรมณ์จะทำอย่างอื่นเลย T_T  หางานทำที่ประเทศอื่นน่าจะดีกว่าเนอะ พรุ่งนี้มีประชุมที่ตึก อื้อ จือ เหลียง ด้วย คงต้องเช็คข่าวรายชั่วโมงแน่เลย T_T

แต่ว่าตามเหตุและผลนะ ถ้าเพื่อนเราไปทำมาแล้ว แฟนฝรั่งเขาชอบ และ สัมพันธภาพราบรื่นดีคงไม่เป็นไรมั้งนะคะ เอ...แล้วถ้าคนที่ไปเสริมหน้าอกมา มีลูก แล้วต้องให้นมลูกล่ะ สงสัย สงสัย...</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>อันนี้ไม่รู้จริงๆ ค่ะ ขอบอก เพราะว่าไม่เคยทำอะไรสักอย่างค่ะ ตอนนี้ทำใจได้อย่างเดียว เพราะเบื่อกรุงเทพฯ จริงๆ อ่ะค่ะ ไม่มีรมณ์จะทำอย่างอื่นเลย T_T  หางานทำที่ประเทศอื่นน่าจะดีกว่าเนอะ พรุ่งนี้มีประชุมที่ตึก อื้อ จือ เหลียง ด้วย คงต้องเช็คข่าวรายชั่วโมงแน่เลย T_T</p>
<p>แต่ว่าตามเหตุและผลนะ ถ้าเพื่อนเราไปทำมาแล้ว แฟนฝรั่งเขาชอบ และ สัมพันธภาพราบรื่นดีคงไม่เป็นไรมั้งนะคะ เอ&#8230;แล้วถ้าคนที่ไปเสริมหน้าอกมา มีลูก แล้วต้องให้นมลูกล่ะ สงสัย สงสัย&#8230;</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: tarl</title>
		<link>http://www.saransurgery.com/korean-surgery/%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99.html/comment-page-1#comment-95</link>
		<dc:creator>tarl</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Apr 2010 08:48:50 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.saransurgery.com/?p=139#comment-95</guid>
		<description>ค่ะ  มีคนรู้จักไปทำมาเหมือนกันค่ะ  
เห็นเค้าบอกว่าไม่ค่อยรู้สึกถึงประสาทสัมผัส จริงรึป่าวคะ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ค่ะ  มีคนรู้จักไปทำมาเหมือนกันค่ะ<br />
เห็นเค้าบอกว่าไม่ค่อยรู้สึกถึงประสาทสัมผัส จริงรึป่าวคะ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: Westlake</title>
		<link>http://www.saransurgery.com/korean-surgery/%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99.html/comment-page-1#comment-66</link>
		<dc:creator>Westlake</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Mar 2010 12:42:21 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.saransurgery.com/?p=139#comment-66</guid>
		<description>K.tarl คะ เพื่อนเราก็ไปเสริมหน้าอกมานะ ที่ไหนไม่รู้ เห็นว่า 80,000 บาท แต่เพื่อนเราบอกว่าเจ็บมากๆ เหมือนกันนะ และจะเจ็บแบบคัดหน้าอกเหมือนช่วงก่อนมีประจำเดือนอีก 3 เดือน ช่วงแรกๆ เพื่อนเราก็ต้องนวดทุกวัน ให้แฟนช่วยนวดด้วย แฟนเขาเป็นฝรั่งก็คงชอบอึ๋มๆ มั้ง แฟนเขาออกตังค์ให้ไปทำค่ะ แต่ถ้าต้องออกตังค์เองก็ลองบวกลบคูณหารดีๆ นะคะ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>K.tarl คะ เพื่อนเราก็ไปเสริมหน้าอกมานะ ที่ไหนไม่รู้ เห็นว่า 80,000 บาท แต่เพื่อนเราบอกว่าเจ็บมากๆ เหมือนกันนะ และจะเจ็บแบบคัดหน้าอกเหมือนช่วงก่อนมีประจำเดือนอีก 3 เดือน ช่วงแรกๆ เพื่อนเราก็ต้องนวดทุกวัน ให้แฟนช่วยนวดด้วย แฟนเขาเป็นฝรั่งก็คงชอบอึ๋มๆ มั้ง แฟนเขาออกตังค์ให้ไปทำค่ะ แต่ถ้าต้องออกตังค์เองก็ลองบวกลบคูณหารดีๆ นะคะ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: tarl</title>
		<link>http://www.saransurgery.com/korean-surgery/%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99.html/comment-page-1#comment-62</link>
		<dc:creator>tarl</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Mar 2010 03:18:17 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.saransurgery.com/?p=139#comment-62</guid>
		<description>อ๋อ   เป็นการเสริมหน้าอกตามพี้นฐานร่างกายของผู้ที่จะรับการเสริมหน้าอก  โดยผ่านการพิจารณาจากคุณหมอในแต่ละเคส

ขอบคุณสำหรับคำตอบนะคะ  K.Westlake</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>อ๋อ   เป็นการเสริมหน้าอกตามพี้นฐานร่างกายของผู้ที่จะรับการเสริมหน้าอก  โดยผ่านการพิจารณาจากคุณหมอในแต่ละเคส</p>
<p>ขอบคุณสำหรับคำตอบนะคะ  K.Westlake</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: Westlake</title>
		<link>http://www.saransurgery.com/korean-surgery/%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99.html/comment-page-1#comment-59</link>
		<dc:creator>Westlake</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Mar 2010 15:09:19 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.saransurgery.com/?p=139#comment-59</guid>
		<description>@ K.Tarl
คุณ tarl ได้คำตอบหรือยังคะ บทความวันที่ 10 มี.ค. เลื่อนไปย่อหน้าสุดท้ายนะคะ

การฉีดไขมัน
การทำศัลยกรรมในลักษณะดูดไขมันตนเองจากบริเวณที่ไม่ต้องการ (หน้าท้อง, ต้นขาหรือต้นแขน) แล้วนำมาฉีดเสริมหน้าอก เสริมจมูก หรือเสริมบริเวณใบหน้าให้เอิบอิ่มขึ้นกำลังได้รับความสนใจและเป็นที่ถกเถียงกัน แพทย์บางท่านไม่แนะนำ เนื่องจากมีโอกาสเสี่ยงจากการเน่า และสิ่งที่ต้องยอมรับก็คือว่า ไขมันที่ฉีดเข้าไปจะถูกร่างกายสลายออกไปในเวลาไม่กี่เดือน

“โอกาสเน่าน้อยครับ” คุณหมอปรีชาชี้แจง “แต่จะนำมาใช้แทนถุงซิลิโคนเสริมหน้าอกคงไม่ได้ เราจะใช้ในรายที่หน้าอกแห้งไม่มีอะไรเลย กลุ่มนี้ถึงเสริมถุงซิลิโคนยังไงก็ไม่สวย ต้องนำไขมันฉีดเติมเข้าไปเพื่อสร้างฐานขึ้นมาก่อน แล้วจึงใส่ถุงซิลิโคนเข้าไปเสริม ก็จะดูดีขึ้น หรือในรายที่ใส่”</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>@ K.Tarl<br />
คุณ tarl ได้คำตอบหรือยังคะ บทความวันที่ 10 มี.ค. เลื่อนไปย่อหน้าสุดท้ายนะคะ</p>
<p>การฉีดไขมัน<br />
การทำศัลยกรรมในลักษณะดูดไขมันตนเองจากบริเวณที่ไม่ต้องการ (หน้าท้อง, ต้นขาหรือต้นแขน) แล้วนำมาฉีดเสริมหน้าอก เสริมจมูก หรือเสริมบริเวณใบหน้าให้เอิบอิ่มขึ้นกำลังได้รับความสนใจและเป็นที่ถกเถียงกัน แพทย์บางท่านไม่แนะนำ เนื่องจากมีโอกาสเสี่ยงจากการเน่า และสิ่งที่ต้องยอมรับก็คือว่า ไขมันที่ฉีดเข้าไปจะถูกร่างกายสลายออกไปในเวลาไม่กี่เดือน</p>
<p>“โอกาสเน่าน้อยครับ” คุณหมอปรีชาชี้แจง “แต่จะนำมาใช้แทนถุงซิลิโคนเสริมหน้าอกคงไม่ได้ เราจะใช้ในรายที่หน้าอกแห้งไม่มีอะไรเลย กลุ่มนี้ถึงเสริมถุงซิลิโคนยังไงก็ไม่สวย ต้องนำไขมันฉีดเติมเข้าไปเพื่อสร้างฐานขึ้นมาก่อน แล้วจึงใส่ถุงซิลิโคนเข้าไปเสริม ก็จะดูดีขึ้น หรือในรายที่ใส่”</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>
