ความรู้ วิธีการทำศัลยกรรม บทความต่างๆ ราคาการทำศัลยกรรม แบบ เกาหลี
In: ศัลยกรรมเกาหลี
8 มี.ค. 2010
วิธีแรก เพิ่มขนาดหน้าอกโดยการใช้ถุงซิลิโคน
วิธีที่สอง ใช้ไขมันในตัวของคนไข้ ฉีดเข้าไปในตำแหน่งใต้เต้านม เป็นวิธีที่บางประเทศ ยังไม่ยอมรับว่าเป็นวิธีมาตรฐาน ส่วนวิธีอื่นๆอาจจะใช้สารสังเคราะห์ เช่นเจล หรือซิลิโคน ไม่เป็นที่ยอมรับในทางการแพทย์โดยเฉพาะในประเทศไทย และอเมริกา
ก่อนเข้ารับการรักษาควรศึกษาข้อดีข้อเสียของการเพิ่มขนาดทรวงอกและผลข้างเคียงให้ดี
ไม่ควรฉีดเกิน 200 cc.ต่อหนึ่งข้าง
สำหรับคนที่มีรูปร่างผอม ถ้าไม่มีเต้านมเรยต้องการเพิ่มขนาด วิธีที่ดีที่สุด คือการเสริมด้วยถุงซิลิโคน
ต้องมีร่างกายที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้วอายุประมาณ 17-18 ปี ตามกฏหมายทางการแพทย์หากอายุต่ำกว่า 20 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง
1 สารที่ใช้คืออะไร
2 ความเชี่ยวชาญของแพทย์ที่จะดูแลเราตลอดการผ่าตัด
การผ่าตัดจะใช้วิธีดมยาสลบ ควรงดอาหารก่อนผ่าตัด 6 ชั่วโมง อาจจะมีอาการเจ็บหรือช้ำ บริเวณที่ดูด จะใช้เวลา 1 อาทิตย์ อาการเจ็บก็จะทุเลาลง คนไข้สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติหลังจากผ่าตัด 3-4 วัน
เว็บนี้สร้างขึ้นมาเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนและให้ความรู้เกี่ยวกับการ ศัลยกรรม แบบ เกาหลี ไม่ว่าจะเป็น ศัลยกรรมคิ้ว, ศัลยกรรมคาง, ศัลยกรรมจมูก, ศัลยกรรมหน้าผาก และส่วนอื่นๆ แน่นอนหน้าอกก็ด้วยครับ หวังว่าเว็บนี้คงจะมีประโยชน์กับทุกๆคนที่เข้ามาเยี่ยมชมนะครับ
11 Responses to ศัลยกรรมทรวงอกด้วยไขมัน
Butterfly
มีนาคม 8th, 2010 at 7:08 pm
แง๊…แง…รูปนี้น่ากลัวจัง รูปใสๆ น่ารัก น่ารัก แบบวันก่อนๆ ดูดีกว่าอีก +_+
tarl
มีนาคม 9th, 2010 at 2:44 pm
การเสริมหน้าอก ด้วยวิธีใช้ไขมันของคนไข้เอง วิธีนี้ในระยะยาวไขมันที่ฉีดไว้ จะหย่อนคล้อยไหลกลับลงมาหรือป่าวคะ
tarl
มีนาคม 9th, 2010 at 2:49 pm
แล้วการเสริมด้วยซิลิโคน หลังจากผ่าตัดแล้ว 5-6 ปี จะคงรูปเดิมรึป่าวคะ ต้องกลับมาเสริมอีกมั้ยคะ
ข้าวขาว
มีนาคม 9th, 2010 at 10:50 pm
ขอบคุณนะคะสำหรับคำถาม พอดีคุณหมอป่วยน่ะค่ะ อาจมีการล่าช้าในการตอบคำถามนะคะ อย่างไรสามารถโทรไปปรึกษาผู้ช่วยคุณหมอได้ที่ 02-693-9392 หรือ consultant@doctorsaran.com ค่ะ
Westlake
มีนาคม 18th, 2010 at 10:09 pm
@ K.Tarl
คุณ tarl ได้คำตอบหรือยังคะ บทความวันที่ 10 มี.ค. เลื่อนไปย่อหน้าสุดท้ายนะคะ
การฉีดไขมัน
การทำศัลยกรรมในลักษณะดูดไขมันตนเองจากบริเวณที่ไม่ต้องการ (หน้าท้อง, ต้นขาหรือต้นแขน) แล้วนำมาฉีดเสริมหน้าอก เสริมจมูก หรือเสริมบริเวณใบหน้าให้เอิบอิ่มขึ้นกำลังได้รับความสนใจและเป็นที่ถกเถียงกัน แพทย์บางท่านไม่แนะนำ เนื่องจากมีโอกาสเสี่ยงจากการเน่า และสิ่งที่ต้องยอมรับก็คือว่า ไขมันที่ฉีดเข้าไปจะถูกร่างกายสลายออกไปในเวลาไม่กี่เดือน
“โอกาสเน่าน้อยครับ” คุณหมอปรีชาชี้แจง “แต่จะนำมาใช้แทนถุงซิลิโคนเสริมหน้าอกคงไม่ได้ เราจะใช้ในรายที่หน้าอกแห้งไม่มีอะไรเลย กลุ่มนี้ถึงเสริมถุงซิลิโคนยังไงก็ไม่สวย ต้องนำไขมันฉีดเติมเข้าไปเพื่อสร้างฐานขึ้นมาก่อน แล้วจึงใส่ถุงซิลิโคนเข้าไปเสริม ก็จะดูดีขึ้น หรือในรายที่ใส่”
tarl
มีนาคม 19th, 2010 at 10:18 am
อ๋อ เป็นการเสริมหน้าอกตามพี้นฐานร่างกายของผู้ที่จะรับการเสริมหน้าอก โดยผ่านการพิจารณาจากคุณหมอในแต่ละเคส
ขอบคุณสำหรับคำตอบนะคะ K.Westlake
Westlake
มีนาคม 20th, 2010 at 7:42 pm
K.tarl คะ เพื่อนเราก็ไปเสริมหน้าอกมานะ ที่ไหนไม่รู้ เห็นว่า 80,000 บาท แต่เพื่อนเราบอกว่าเจ็บมากๆ เหมือนกันนะ และจะเจ็บแบบคัดหน้าอกเหมือนช่วงก่อนมีประจำเดือนอีก 3 เดือน ช่วงแรกๆ เพื่อนเราก็ต้องนวดทุกวัน ให้แฟนช่วยนวดด้วย แฟนเขาเป็นฝรั่งก็คงชอบอึ๋มๆ มั้ง แฟนเขาออกตังค์ให้ไปทำค่ะ แต่ถ้าต้องออกตังค์เองก็ลองบวกลบคูณหารดีๆ นะคะ
tarl
เมษายน 7th, 2010 at 3:48 pm
ค่ะ มีคนรู้จักไปทำมาเหมือนกันค่ะ
เห็นเค้าบอกว่าไม่ค่อยรู้สึกถึงประสาทสัมผัส จริงรึป่าวคะ
Westlake
เมษายน 7th, 2010 at 8:57 pm
อันนี้ไม่รู้จริงๆ ค่ะ ขอบอก เพราะว่าไม่เคยทำอะไรสักอย่างค่ะ ตอนนี้ทำใจได้อย่างเดียว เพราะเบื่อกรุงเทพฯ จริงๆ อ่ะค่ะ ไม่มีรมณ์จะทำอย่างอื่นเลย T_T หางานทำที่ประเทศอื่นน่าจะดีกว่าเนอะ พรุ่งนี้มีประชุมที่ตึก อื้อ จือ เหลียง ด้วย คงต้องเช็คข่าวรายชั่วโมงแน่เลย T_T
แต่ว่าตามเหตุและผลนะ ถ้าเพื่อนเราไปทำมาแล้ว แฟนฝรั่งเขาชอบ และ สัมพันธภาพราบรื่นดีคงไม่เป็นไรมั้งนะคะ เอ…แล้วถ้าคนที่ไปเสริมหน้าอกมา มีลูก แล้วต้องให้นมลูกล่ะ สงสัย สงสัย…
Westlake
เมษายน 7th, 2010 at 8:59 pm
ก่อนทำหน้าอก แวะมาทำใจกันก่อนดีไหมคะ ^^
สงบด้วยลมหายใจ
ลมหายใจไม่เพียงช่วยให้เรามีชีวิตอยู่ได้เท่านั้น
หากยังสามารถพาเราเข้าถึงความสงบได้ด้วย
ทุกครั้งที่เราหายใจเข้า มิใช่ออกซิเจนเท่านั้นที่ถูกลำเลียงไปเลี้ยงร่างกาย
หากเราวางใจเป็น ลมหายใจเข้ายังนำความสงบเย็นไปบำรุงจิตใจเราด้วย
ขณะเดียวกันลมหายใจออกสามารถระบายความหม่นหมอง
ขึ้งเครียดออกไปจากใจของเรา ได้อีกต่างหาก
แต่ความจริงดังกล่าวมักถูกมองข้ามไป
คนส่วนใหญ่จึงหายใจแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ อย่างน่าเสียดาย
ความสงบสามารถบังเกิดกับเราได้ไม่ยาก
เพียงแต่น้อมจิตมาอยู่กับลมหายใจทั้งเข้าและออกอย่างต่อเนื่อง
จะปิดตาด้วยก็ได้ พร้อมกับผ่อนคลายร่างกายทุกส่วนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
ท่าที่ดีคือท่านั่งขัดสมาธิ แต่หากร่างกายไม่อำนวย
ก็ขอให้นั่งในท่าที่สะดวกที่สุด หรือนั่งเก้าอี้
โดยไม่เอนกายพิงกับพนักหรือเสา หาไม่จะง่วงหลับได้ง่าย
ทำใจให้สบาย ยิ้มน้อย ๆ ขณะเดียวกันก็วางความคิดต่าง ๆ เอาไว้ชั่วคราว
ไม่ว่าเรื่องที่ผ่านไปแล้ว หรือที่ยังมาไม่ถึง อย่าเพิ่งเอามาเป็นกังวล
ขอให้ถือว่า ลมหายใจเข้าและออกเป็นสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดสำหรับเราในขณะนี้
แต่ก็อย่าเผลอไปบังคับลมหายใจ ให้หายใจอย่างสบาย ๆ เป็นธรรมชาติ
อย่าไปคาดหวังอะไรกับลมหายใจทั้งสิ้น
มีหลายวิธีในการน้อมจิตมาอยู่กับลมหายใจ
เช่น ตามลมหายใจเข้าตั้งแต่ปลายจมูกไปจนสุดที่อกหรือช่องท้อง
แล้วตามลมหายใจออกจนไปสุดที่ปลายจมูก
โดยมีการนับทุกครั้งที่หายใจออก ตั้งแต่ ๑ ไปถึง ๑๐ แล้วเริ่มต้นใหม่
หากเผลอไป จำไม่ได้ว่านับถึงไหน ก็เริ่มต้นนับ ๑ ใหม่
แต่บางคนก็นิยมใช้คำบริกรรมควบคู่ไปด้วย
เช่น หายใจเข้าก็นึกถึง “พุท” หายใจออกก็นึกถึง “โธ”
อีกวิธีหนึ่งก็คือ เพียงแต่รับรู้ถึงลมสัมผัสที่ปลายจมูกทั้งเข้าและออก
โดยไม่มีการนับหรือบริกรรมใด ๆ
วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์มาพอสมควรแล้ว
แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม สิ่งสำคัญอยู่ที่การวางใจให้เป็น
กล่าวคือ ไม่บังคับจิตจนเกินไป ควรมีความนุ่มนวลอ่อนโยนกับจิต
ไม่พยายามกดหรือห้ามความคิด
เมื่อเผลอคิดไป ไม่ว่าไปไกลแค่ไหน
ทันทีที่รู้ตัว ก็ให้พาจิตกลับมาที่ลมหายใจ
โดยไม่ต้องไปสนใจกับความคิดดังกล่าว รวมทั้งไม่ไปพยายามหยุดมันด้วย
ทันทีที่จิตกลับมาอยู่กับลมหายใจ ความคิดเหล่านั้นก็จะสลายไปเอง
ใหม่ ๆ อาจมีความคิดฟุ้งซ่านมากมาย ก็ขอให้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา
อย่าไปหงุดหงิดกับใจของตัว แต่ถ้าหงุดหงิดก็ให้รู้
ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นกับใจก็รู้อยู่เสมอ ไม่ว่าบวกหรือลบ
ผ่อนคลายหรือตึงเครียด
ข้อสำคัญคืออย่าให้ความรู้สึกนึกคิดเหล่านี้ดึงจิตออกไปจากลมหายใจ
หากใจอยู่เคียงคู่กับลมหายใจกันอย่างต่อเนื่อง ย่อมเกิดความสงบในที่สุด
หากคุ้นเคยกับลมหายใจจนเป็นนิสัย ลมหายใจจะเป็นที่พักพิงอย่างดีของจิต
ในยามที่ถูกพายุอารมณ์เล่นงาน
เช่น ขณะที่กำลังโกรธ หงุดหงิด เหนื่อยหน่าย ท้อแท้ เศร้าโศก
ให้กลับมาที่ลมหายใจทันที
ช่วงแรกอาจหายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆ สัก ๕-๑๐ ครั้ง
เมื่อตั้งหลักได้ ก็เพียงแต่รับรู้เบา ๆ ถึงการเคลื่อนหรือสัมผัสของลมหายใจ
จะทำนานเท่าใดก็ได้สุดแท้แต่ใจต้องการ
ไม่ว่าอยู่บ้านหรือในที่ทำงาน หากมีเวลาว่าง
แทนที่จะปล่อยใจลอย หรือหายใจรดทิ้งไปเปล่า ๆ
ไม่ดีกว่าหรือหากจะหันมาใส่ใจกับลมหายใจของเราดูบ้าง
ยิ่งถ้ากำลังนั่งรถ หรือคอยใครอยู่
แทนที่จะปล่อยเวลาทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์
การฝึกใจให้รู้ตัวกับลมหายใจ คือการใช้เวลาว่างที่คุ้มค่าที่สุด
แต่ถ้าวุ่นจนลืมทำ ก่อนนอนและตอนตื่นนอนก็ควรหาเวลาทำ ๕-๑๐ นาทีก็ยังดี
ทำนม เสริมหน้าอกด้วยไขมัน ทางเลือกใหม่ไร้ผลข้างเคียง | หมอศรัณย์ คลินิก : ศัลยกรรม สไตล์ เกา
เมษายน 9th, 2010 at 11:36 am
[...] ได้มีการพัฒนาการศัลยกรรมหน้าอกวิธีนี้ให้ปลอดภัยมากขึ้นแล้ว [...]